การติดตั้งตู้ชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger) ภายในบ้านไม่ใช่เพียงการนำตู้ชาร์จมาติดตั้งเท่านั้น แต่ต้องออกแบบระบบไฟฟ้าให้รองรับกระแสไฟที่สูงขึ้นอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะ “เบรกเกอร์ สายไฟ และระบบป้องกันไฟดูด” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการติดตั้ง หากเลือกไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟดูด ไฟไหม้ หรือทำให้อุปกรณ์ชาร์จเสียหายได้
บทความนี้จะอธิบายหลักการเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งสามอย่างอย่างละเอียด เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับทั้งเจ้าของบ้านและผู้รับติดตั้งระบบ EV Charger
เบรกเกอร์มีหน้าที่ตัดกระแสไฟเมื่อเกิดความผิดปกติ เช่น ไฟลัดวงจร กระแสเกิน หรือไฟรั่ว การเลือกให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด
โดยทั่วไป EV Charger สำหรับบ้านจะมีตั้งแต่ 3.6 kW, 7.4 kW, 11 kW ไปจนถึง 22 kW
หลักการคำนวณค่าแอมป์ (A) คือ:
กระแสไฟ (A) = กำลังไฟ (W) ÷ แรงดันไฟฟ้า (V)
ตัวอย่างที่ใช้บ่อย:
7.4 kW (AC Single Phase) → ใช้กระแสประมาณ 32A
11 kW (AC 3 Phase) → ใช้กระแสประมาณ 16A ต่อเฟส
22 kW (AC 3 Phase) → ใช้กระแสประมาณ 32A ต่อเฟส
สรุป: ต้องเลือกเบรกเกอร์ที่รองรับกระแสได้มากกว่ากระแสใช้งานจริงประมาณ 20–25% เพื่อความปลอดภัย
MCB (Miniature Circuit Breaker)
– ใช้ป้องกันกระแสเกินและไฟลัดวงจรทั่วไป
– เหมาะสำหรับ EV Charger ขนาดเล็ก 3.6–7.4 kW
RCBO (Residual Current Breaker with Overcurrent Protection)
– เบรกเกอร์ที่รวมการป้องกันไฟดูด + กระแสเกิน
– เหมาะที่สุดในการติดตั้ง EV Charger ที่บ้าน
– ลดความเสี่ยงไฟฟ้ารั่วขณะชาร์จ
RCCB + MCB
– ใช้ร่วมกันเมื่อไม่มี RCBO
– RCCB ป้องกันไฟรั่ว / MCB ป้องกันกระแสเกิน
– ต้องเลือกค่าให้เหมาะกับการใช้งานร่วมกัน
สำหรับ EV Charger ควรเลือก
Curve C: เหมาะกับโหลดทั่วไปที่ต้องการค่าทนกระแสกระชากปานกลาง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูง
Curve B มักไวเกินไป และ Curve D ไวช้าเกินสำหรับบ้านทั่วไป
รองรับมาตรฐาน IEC 60898 / IEC 61009 / IEC 61008
มีค่าทนกระแสลัดวงจร (kA) ไม่น้อยกว่า 6 kA สำหรับบ้านพักอาศัย
เลือกแบรนด์ที่เชื่อถือได้ เช่น Schneider, ABB, Hager, Siemens
สายไฟเป็นอีกจุดที่มองข้ามไม่ได้ เพราะ EV Charger ต้องจ่ายไฟต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง สายไฟที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้เกิดความร้อนสูงและเกิดอันตรายได้
โดยทั่วไป:
| กำลังชาร์จ | กระแส | ขนาดสายไฟแนะนำ |
|---|---|---|
| 3.6 kW | ~16A | สายไฟ 2.5 sq.mm |
| 7.4 kW | ~32A | สายไฟ 6 sq.mm |
| 11 kW | ~16A (3 เฟส) | สายไฟ 4 sq.mm ขึ้นไป |
| 22 kW | ~32A (3 เฟส) | สายไฟ 6–10 sq.mm |
สายไฟควรเลือกเผื่อกระแสเพื่อความทนทาน และขึ้นอยู่กับความยาวของสาย ซึ่งถ้ายาวเกิน 20–30 เมตร ควรเพิ่มขนาดสายเพื่อลดแรงดันตก
แนะนำให้ใช้:
THW หรือ NYY ตามมาตรฐาน มอก.
หากเดินสายบนดินหรือในท่อร้อยสายเลือก NYY (กันน้ำและแดดได้ดีกว่า)
เดินสายในผนังเลือก THW + ท่อร้อยสาย
สายไฟต้องเป็นของแท้ ได้มาตรฐาน มอก. เพื่อทนกระแสต่อเนื่องได้ปลอดภัย
ระบบนี้มีความสำคัญที่สุด เพราะ EV Charger เป็นอุปกรณ์ที่ต่อกับตัวรถโดยตรง หากเกิดไฟรั่วอาจเป็นอันตรายได้ทั้งต่อผู้ใช้และอุปกรณ์
เนื่องจาก
กระแสไฟสูง
ชาร์จนานหลายชั่วโมง
ใช้ในพื้นที่เจอความชื้น เช่น โรงรถหรือภายนอกบ้าน
จึงต้องมีระบบตัดไฟทันทีที่มีไฟรั่วเกินค่าที่กำหนด
ระบบป้องกันไฟดูดมีหลายประเภท แต่สำหรับ EV Charger ควรใช้แบบ:
RCD Type A + DC leakage detection
หรือ
RCD Type B
เพราะ EV Charger อาจทำให้เกิดกระแสรั่วแบบ DC ซึ่ง RCD ทั่วไป (Type AC) ตรวจจับไม่ได้ อาจทำให้ระบบไม่ตัดไฟเมื่อต้องการ
สรุป:
– ถ้าตู้ชาร์จมีระบบตรวจจับ DC 6mA ในตัว → ใช้ RCD Type A ได้
– ถ้าไม่มี → ต้องใช้ RCD Type B
30 mA สำหรับป้องกันไฟดูด
6 mA DC Leakage สำหรับป้องกันกระแสไฟตรงรั่วจาก EV Charger
สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
ใช้หลักดินที่มีค่าความต้านทานไม่เกิน 5 โอห์ม
ต้องต่อสายดินจาก EV Charger ถึงหลักดินโดยตรง
ห้ามใช้สายดินร่วมกับระบบที่ไม่ได้มาตรฐานหรือชำรุด
ควรติดตั้งโดยช่างไฟฟ้าที่มีใบ ปวส./ช่างไฟฟ้าภาคปฏิบัติ หรือช่างที่ผ่านมาตรฐาน กฟน./กฟภ.
ต้องมีตู้แยกเฉพาะสำหรับ EV Charger
ห้ามใช้ปลั๊กบ้านทั่วไปแทน
ตรวจสอบความร้อนของสายและเบรกเกอร์หลังใช้งานครั้งแรก
ทำการทดสอบการตัดไฟของ RCD ทุกเดือน
การติดตั้ง EV Charger ที่บ้านให้ปลอดภัยต้องเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกต้อง ตั้งแต่เบรกเกอร์ สายไฟ ไปจนถึงระบบป้องกันไฟดูด การเลือกอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานและติดตั้งอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจร ยืดอายุการใช้งานของเครื่องชาร์จ และเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใช้ทุกคนในบ้าน
แนะนำเว็บไซต์ www.onechargerev.com สำหรับคนที่สนใจตู้ชาร์จรถไฟฟ้า ที่บ้าน
บริษัท โปรซีเคียว โซลูชั่น จำกัด
จำหน่าย และ ติดตั้ง EvChargerSolutions เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า บริการพื้นที่ภาคใต้
©2023 onechargerev ALL RIGHTS RESERVED.