ใช้งานสะดวก คุมค่าใช้จ่าย และไม่เสี่ยงระบบไฟฟ้าในบ้าน
รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมในยุคที่ราคาน้ำมันผันผวน และผู้บริโภคเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่สำหรับเจ้าของรถ EV หลายคน การติดตั้งและใช้งาน ตู้ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน เป็นสิ่งใหม่ที่ต้องเรียนรู้
บทความนี้จะพาไปดูว่า…
ต้องชาร์จรถ EV ที่บ้านอย่างไรให้ปลอดภัย และช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้จริง
ตู้ชาร์จที่บ้านมี 2 ประเภทหลัก:
Mode 2 (Portable Charger): แบบพกพา เสียบปลั๊กบ้านทั่วไป
ใช้ได้กับปลั๊กไฟบ้านปกติ
ชาร์จช้า (6–12 ชั่วโมง/ครั้ง)
ไม่เหมาะกับการใช้งานทุกวัน เพราะปลั๊กอาจร้อนเกินกำลัง
Mode 3 (Wallbox / EV Charger ติดตั้งเฉพาะ)
ติดตั้งถาวร เชื่อมเข้ากับเบรกเกอร์แยกเฉพาะ
ชาร์จเร็วขึ้น (4–8 ชั่วโมง)
ปลอดภัยและเหมาะกับการใช้งานประจำวันมากกว่า
แนะนำ: ให้เลือก Wallbox พร้อมระบบตัดไฟอัตโนมัติ และรองรับกำลังไฟฟ้าเท่ากับความสามารถของรถคุณ เช่น 7.4kW, 11kW หรือ 22kW
ก่อนติดตั้งตู้ชาร์จ ควรให้ช่างไฟหรือวิศวกรไฟฟ้าตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้:
สายไฟหลักรองรับกำลังไฟได้หรือไม่ (ควรใช้สายไฟขนาด 6–10 mm² ขึ้นไป)
แยกเบรกเกอร์เฉพาะสำหรับตู้ชาร์จ
มีสายดิน (Ground) ที่เชื่อมต่ออย่างถูกต้อง
ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าหนักอื่นใช้ร่วมสายไฟเส้นเดียวกัน
ไม่แนะนำ ให้เสียบชาร์จกับปลั๊กราง หรือจุดที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับโหลดสูง
หากบ้านคุณใช้ ระบบ TOU (Time of Use Tariff) ของการไฟฟ้า
จะสามารถชาร์จในช่วง นอกพีค (22.00 – 08.00 น.) ซึ่งมีค่าไฟถูกกว่าปกติ
| ช่วงเวลา | ค่าไฟโดยประมาณ (บาท/หน่วย) |
|---|---|
| 08.00 – 22.00 | 4.00 – 5.50 |
| 22.00 – 08.00 | 2.50 – 3.00 |
ช่วยประหยัดค่าไฟได้กว่า 20–30% ต่อเดือน
บางตู้ชาร์จสามารถตั้งเวลาเปิด–ปิดผ่านแอปมือถือได้
สะดวกและไม่ต้องเสียบ–ถอดสายกลางดึก
ควรเลือก ตู้ชาร์จที่ผ่านมาตรฐาน IEC 61851 หรือ มอก.2879-2560
หลีกเลี่ยงของราคาถูก หรือไม่มีการรับประกัน
สายชาร์จควรเป็นสาย EV เท่านั้น (ไม่ใช้สายต่อพ่วงทั่วไป)
หลีกเลี่ยงจุดที่ร้อนจัดหรืออับลม เช่น ในห้องเก็บของแคบ ๆ
หากอยู่กลางแจ้ง ควรใช้รุ่นที่มี IP54 หรือสูงกว่า (กันฝุ่น–กันน้ำ)
หากรู้สึกว่าเครื่องร้อนหรือมีเสียงผิดปกติ ให้หยุดใช้งานทันทีและเรียกช่างตรวจสอบ
หลายตู้ชาร์จ EV สมัยใหม่มาพร้อมแอปพลิเคชัน
สามารถดูข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ เช่น:
ปริมาณไฟที่ใช้ต่อครั้ง (kWh)
ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
ตั้งเตือนเมื่อชาร์จครบ
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณวางแผนใช้งานให้เหมาะสมและควบคุมงบประมาณได้ง่าย
ทำความสะอาดหัวชาร์จด้วยผ้าแห้ง
หมั่นตรวจสอบสายไฟว่ามีรอยไหม้หรือเปล่า
อย่าพับหรือบิดสายชาร์จแรง ๆ หลังใช้งาน
ตรวจสอบระบบเบรกเกอร์และตู้ทุก 6–12 เดือน
การชาร์จรถ EV ที่บ้านไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ถ้าออกแบบและวางระบบให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยให้คุณ:
ใช้งานได้ ปลอดภัยสูงสุด
ประหยัดค่าไฟ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยืดอายุอุปกรณ์และป้องกันความเสียหายทางไฟฟ้า
หากคุณเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า และกำลังจะติดตั้งระบบชาร์จที่บ้าน
อย่าลืมเลือกตู้ชาร์จคุณภาพ มีการรับประกัน และติดตั้งโดยช่างมืออาชีพครับ
บริษัท โปรซีเคียว โซลูชั่น จำกัด
จำหน่าย และ ติดตั้ง EvChargerSolutions เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า บริการพื้นที่ภาคใต้
©2023 onechargerev ALL RIGHTS RESERVED.