เลือกสถานีชาร์จรถ EV อย่างไรให้เหมาะกับรถของคุณ ต้องดูอะไรบ้างก่อนเสียบชาร์จ

การใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถ EV สะดวกขึ้นมากเมื่อวางแผนเรื่องการชาร์จได้ดี เพราะสถานีชาร์จแต่ละแห่งอาจมีหัวชาร์จ กำลังไฟ และรูปแบบการให้บริการแตกต่างกัน

ก่อนขับรถเข้าไปเสียบชาร์จ ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า สถานีชาร์จรองรับรถของคุณหรือไม่ และเหมาะกับเวลาที่คุณมีแค่ไหน

1. เช็กว่ารถรองรับหัวชาร์จแบบใด

สิ่งแรกที่ต้องดูคือ พอร์ตชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้า

รถ EV แต่ละรุ่นอาจรองรับหัวชาร์จแตกต่างกัน เช่น

  • AC Type 2
  • CCS2
  • CHAdeMO
  • หัวชาร์จประเภทอื่นตามรุ่นและตลาดที่จำหน่าย

ก่อนเดินทางควรรู้ว่ารถของตัวเองใช้หัวชาร์จแบบใด เพื่อไม่เสียเวลาไปถึงสถานีแล้วพบว่าไม่สามารถใช้งานได้

2. เลือกระหว่าง AC และ DC ให้เหมาะกับเวลา

สถานีชาร์จ EV โดยทั่วไปแบ่งออกเป็นการชาร์จแบบ AC และ DC

AC Charging

เหมาะกับการจอดรถเป็นเวลานาน เช่น ที่บ้าน โรงแรม ที่ทำงาน หรือห้างสรรพสินค้า

ความเร็วในการชาร์จจะขึ้นอยู่กับกำลังของสถานีและความสามารถในการรับไฟของรถแต่ละรุ่น

DC Fast Charging

เหมาะกับเวลาที่ต้องการเติมพลังงานให้รถเร็วขึ้น เช่น ระหว่างเดินทางไกลหรือแวะพักระหว่างทาง

อย่างไรก็ตาม รถแต่ละรุ่นรองรับกำลังชาร์จ DC สูงสุดไม่เท่ากัน จึงควรตรวจสอบข้อมูลของรถก่อนเลือกหัวชาร์จที่มีกำลังสูง

3. ดูกำลังไฟของสถานีชาร์จ

ตัวเลขกำลังชาร์จที่ระบุเป็น kW มีผลต่อความเร็วในการชาร์จ แต่ไม่ได้หมายความว่ารถทุกคันจะรับกำลังไฟได้เต็มตามที่สถานีจ่าย

ตัวอย่างเช่น หากสถานีรองรับกำลังสูง แต่รถของคุณรองรับการชาร์จต่ำกว่า รถก็จะรับไฟตามขีดจำกัดของรถ

ดังนั้นควรเลือกสถานีที่มีกำลังเหมาะกับรถ เพื่อให้ใช้งานได้คุ้มค่ากับเวลา

4. เช็กสถานะหัวชาร์จก่อนเดินทาง

สถานีชาร์จบางแห่งอาจมีจำนวนหัวชาร์จจำกัด และในช่วงเวลาเร่งด่วนอาจมีรถใช้งานอยู่เต็ม

ก่อนออกเดินทางควรเช็กผ่านแอปของผู้ให้บริการว่า

  • สถานีเปิดให้บริการหรือไม่
  • หัวชาร์จว่างหรือไม่
  • หัวชาร์จที่ต้องการสามารถใช้งานได้หรือไม่

การตรวจสอบล่วงหน้าช่วยลดเวลารอและช่วยวางแผนจุดชาร์จสำรองได้ง่ายขึ้น

5. ตรวจสอบค่าบริการก่อนชาร์จ

แต่ละสถานีอาจมีรูปแบบคิดค่าบริการแตกต่างกัน เช่น คิดตามหน่วยพลังงาน ระยะเวลา หรือมีค่าบริการเพิ่มเติมตามเงื่อนไข

ก่อนเริ่มชาร์จควรดูรายละเอียดราคาและเงื่อนไขให้ชัดเจน เพื่อประมาณค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น

6. เลือกทำเลที่เหมาะกับกิจกรรมระหว่างรอ

เวลาชาร์จรถสามารถใช้ทำกิจกรรมอื่นได้ หากเลือกสถานีที่อยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น

  • ร้านอาหาร
  • ร้านกาแฟ
  • ห้องน้ำ
  • ห้างสรรพสินค้า
  • จุดพักรถ

โดยเฉพาะการเดินทางไกล การเลือกสถานีที่สามารถพัก รับประทานอาหาร หรือเข้าห้องน้ำได้ จะช่วยให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น

7. อย่ารอให้แบตเตอรี่ใกล้หมดเกินไป

หากเดินทางในพื้นที่ที่มีสถานีชาร์จไม่มาก ควรวางแผนชาร์จก่อนแบตเตอรี่เหลือน้อยเกินไป

การเผื่อพลังงานไว้สำหรับการเดินทางไปยังสถานีสำรอง จะช่วยลดความกังวลในกรณีที่สถานีแรกเต็ม ปิดให้บริการ หรือไม่สามารถใช้งานได้

ก่อนเสียบชาร์จควรเช็กอะไรอีกครั้ง?

ก่อนเริ่มชาร์จ ควรตรวจสอบ หัวชาร์จ สถานีที่เลือก กำลังไฟ ราคา และวิธีชำระเงิน ให้เรียบร้อย

จากนั้นปฏิบัติตามขั้นตอนของผู้ให้บริการ และตรวจสอบว่าระบบเริ่มชาร์จจริงก่อนเดินออกจากรถ

เลือกสถานีชาร์จให้เหมาะกับรถ ช่วยให้ใช้ EV ได้สะดวกขึ้น

การเลือกสถานีชาร์จรถ EV ไม่ได้ดูเพียงว่าจุดไหนอยู่ใกล้ที่สุด แต่ควรดูทั้ง ประเภทหัวชาร์จ กำลังไฟ ความเร็ว สถานะสถานี ราคา และเส้นทางการเดินทาง

หากรู้ข้อมูลพื้นฐานของรถและวางแผนจุดชาร์จล่วงหน้า ก็จะช่วยให้การใช้รถ EV ในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกลสะดวกและมั่นใจมากขึ้น