ระยะเวลาคืนทุนของการติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน

การติดตั้ง ที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน (Home EV Charger) ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนระยะยาวที่หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า
“ติดตั้งแล้วจะคุ้มไหม และใช้เวลากี่ปีถึงจะคืนทุน?”

บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดถึงแนวคิดการคืนทุน วิธีคำนวณ ปัจจัยที่มีผล และกรณีตัวอย่าง เพื่อช่วยให้เจ้าของรถ EV ตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล


การคืนทุนของที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน คืออะไร

ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) หมายถึง
ระยะเวลาที่เงินที่ประหยัดได้จากการใช้งานจริง เท่ากับเงินที่ลงทุนไปในการติดตั้งที่ชาร์จ

สำหรับ EV Charger ที่บ้าน การคืนทุนจะมาจาก

  • ค่าใช้จ่ายในการชาร์จที่ “ถูกกว่า” สถานีชาร์จสาธารณะ

  • การลดค่าเดินทางไป–กลับสถานีชาร์จ

  • การลดเวลารอคิว (ซึ่งแปลงเป็นต้นทุนเวลา)

  • ความเสถียรในการใช้งานที่ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่


ต้นทุนในการติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน

ต้นทุนเริ่มต้นโดยทั่วไปประกอบด้วย

1. ค่าเครื่องที่ชาร์จ (EV Charger)

  • แบบพื้นฐาน (Wall Charger)

  • แบบอัจฉริยะ (Smart Charger)

ราคามักแตกต่างตาม

  • กำลังไฟ (เช่น 7.4 kW, 11 kW, 22 kW)

  • ฟังก์ชันความปลอดภัยและระบบควบคุม

2. ค่าติดตั้งระบบไฟฟ้า

  • เดินสายไฟ

  • เบรกเกอร์

  • อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า

  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าเดิม

3. ค่าอัปเกรดระบบไฟ (ถ้ามี)

เช่น

  • เพิ่มขนาดมิเตอร์

  • เปลี่ยนเป็นไฟ 3 เฟส

  • ปรับปรุงตู้ไฟ

โดยรวมแล้ว ต้นทุนติดตั้งมักอยู่ในระดับ “หลักหมื่นบาท” ขึ้นกับสภาพบ้าน


ค่าใช้จ่ายในการชาร์จ EV ที่บ้าน เทียบกับนอกบ้าน

ชาร์จที่บ้าน

  • ค่าไฟเฉลี่ยต่อหน่วยต่ำ

  • ควบคุมช่วงเวลาชาร์จได้ (เช่น ชาร์จกลางคืน)

  • ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม

ชาร์จสถานีสาธารณะ

  • ค่าไฟต่อหน่วยสูงกว่า

  • บางแห่งมีค่าบริการเสริม

  • เสียค่าเดินทางและเวลา

ความต่างของค่าใช้จ่ายต่อเดือน คือหัวใจของการคืนทุน


วิธีคำนวณระยะเวลาคืนทุนแบบเข้าใจง่าย

ขั้นที่ 1: คำนวณค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้ต่อเดือน

ตัวอย่างเช่น

  • ชาร์จนอกบ้านเดือนละ 3,000 บาท

  • ชาร์จที่บ้านเดือนละ 1,200 บาท

ประหยัดได้ = 1,800 บาท / เดือน


ขั้นที่ 2: นำเงินลงทุนตั้งต้นมาหาร

สมมติ

  • ค่าติดตั้งทั้งหมด = 45,000 บาท

ระยะเวลาคืนทุน
45,000 ÷ 1,800 ≈ 25 เดือน
หรือประมาณ 2 ปี 1 เดือน


ปัจจัยที่ทำให้คืนทุนเร็วหรือช้า

1. ระยะทางที่ขับต่อเดือน

ยิ่งใช้รถมาก → ชาร์จบ่อย → ประหยัดมาก → คืนทุนเร็ว

2. พฤติกรรมการชาร์จ

  • ชาร์จที่บ้านเป็นหลัก → คืนทุนเร็ว

  • ยังพึ่งสถานีสาธารณะบ่อย → คืนทุนช้าลง

3. ค่าไฟบ้าน

  • บ้านที่มีอัตราค่าไฟเหมาะสม หรือชาร์จนอกช่วงพีค จะคุ้มค่ามากขึ้น

4. ประเภทของรถ EV

  • รถที่ใช้พลังงานมาก (แบตใหญ่) จะเห็นผลการประหยัดชัดเจนกว่า

5. การใช้ร่วมกับโซลาร์เซลล์

หากบ้านมี Solar Rooftop
→ ค่าไฟในการชาร์จแทบเป็นศูนย์
→ ระยะคืนทุน สั้นลงอย่างมาก


ระยะเวลาคืนทุนโดยเฉลี่ย (ภาพรวม)

โดยทั่วไปสามารถประเมินได้ดังนี้

  • ใช้งาน EV เป็นประจำ: 1.5–3 ปี

  • ใช้งานปานกลาง: 3–4 ปี

  • ใช้งานน้อย / ชาร์จนอกบ้านบ่อย: 4 ปีขึ้นไป

เมื่อเทียบกับอายุการใช้งานของ EV Charger ที่มักอยู่ 8–10 ปีขึ้นไป
ถือว่าเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนระยะยาว


ประโยชน์ที่ไม่ใช่ตัวเงิน แต่ควรคิดรวม

แม้บางอย่างจะไม่สามารถคำนวณเป็นตัวเงินตรง ๆ แต่มีมูลค่าเช่นกัน เช่น

  • ความสะดวก ไม่ต้องรอคิว

  • ประหยัดเวลาในชีวิตประจำวัน

  • ลดความกังวลเรื่องแบตหมด

  • เพิ่มมูลค่าและความทันสมัยให้กับบ้าน

  • รองรับการใช้รถ EV ในอนาคต

สิ่งเหล่านี้ช่วย “คืนคุณค่า” ให้เจ้าของบ้าน แม้จะไม่ใช่ตัวเลขทางการเงินโดยตรง


สรุป

ระยะเวลาคืนทุนของการติดตั้งที่ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน
โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2–4 ปี ขึ้นกับพฤติกรรมการใช้งานรถ ค่าไฟ และรูปแบบการชาร์จ

แนะนำเว็บไซต์ www.onechargerev.com  สำหรับคนที่สนใจตู้ชาร์จรถไฟฟ้า ที่บ้าน