รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ด้วยเหตุผลด้านค่าใช้จ่ายในการใช้รถที่ลดลง ใช้พลังงานสะอาด และตอบโจทย์การเดินทางยุคใหม่ เมื่อซื้อรถ EV แล้ว คำถามที่หลายคนคิดต่อคือ
ควรติดตั้งตู้ชาร์จ EV ที่บ้านหรือไม่ หรือใช้เพียงสถานีชาร์จสาธารณะจะเพียงพอหรือไม่
เพื่อช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น ด้านล่างคือข้อดี–ข้อเสียที่ควรรู้ก่อนเลือกวิธีชาร์จที่เหมาะกับชีวิตประจำวันของคุณ
การชาร์จที่บ้านช่วยลดปัญหาการรอสถานีสาธารณะ โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน วันหยุด หรือห้างที่คนใช้เยอะจนจองคิวแทบไม่ได้
ไม่ต้องกังวลว่าสถานีเสียหรือใช้งานไม่ได้
ไม่ต้องแวะเข้าเส้นทางชาร์จให้เสียเวลา
เสียบชาร์จก่อนนอน และตื่นมาใช้ได้ทันที
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใช้รถทุกวันหรือมีตารางชีวิตเร่งรีบ
ค่าไฟที่ใช้ชาร์จในบ้านโดยทั่วไปอยู่ที่ 4–5 บาทต่อยูนิต
ในขณะที่สถานีชาร์จสาธารณะอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า 7–10 บาทต่อยูนิต หรือมากกว่านั้นตามแบรนด์และทำเลที่ตั้ง
ตัวอย่างความประหยัด:
รถ EV ขนาดกลาง ชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ใช้ไฟ ~40 ยูนิต
ชาร์จที่บ้าน: ประมาณ 160–200 บาท
ชาร์จนอกบ้าน: ประมาณ 300–400 บาท
หากชาร์จบ่อย เช่น 10–15 ครั้งต่อเดือน คุณสามารถประหยัดได้หลายพันบาทต่อเดือน
ตู้ชาร์จ EV ที่ได้มาตรฐานมักมีระบบป้องกันความเสี่ยงต่างๆ เช่น
ระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อกระแสไฟเกิน
ระบบตัดไฟเมื่อเกิดความร้อนสูง
ระบบป้องกันไฟรั่ว
ตรวจจับแรงดันไฟฟ้าผิดปกติ
สิ่งเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงต่อไฟไหม้หรือความเสียหายต่อรถและบ้านได้เป็นอย่างดี ในขณะที่การเสียบปลั๊กบ้านทั่วไปไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับโหลดไฟจำนวนมากในเวลานาน
การชาร์จแบบ AC (ชาร์จช้า) ผ่านตู้ชาร์จที่บ้าน ทำให้แบตเตอรี่มีอุณหภูมินิ่งกว่าและเสถียรกว่า
เมื่อเทียบกับการใช้ DC Fast Charger บ่อย ๆ ซึ่งทำให้เกิดความร้อนสูงและอาจเร่งการเสื่อมของแบตเตอรี่
หลายค่ายรถยังแนะนำว่าควรชาร์จแบบ AC เป็นหลัก เพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้นานที่สุด
บ้านที่มีระบบรองรับ EV และติดตั้ง EV Charger พร้อมใช้งาน ถือเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้บ้าน โดยเฉพาะผู้ซื้อในอนาคตที่ใช้รถ EV
โครงการบ้านสร้างใหม่จำนวนมากเริ่มติดตั้ง EV Ready ไว้เป็นมาตรฐาน ดังนั้นการติดตั้งไว้ตั้งแต่วันนี้จึงถือเป็นการลงทุนในระยะยาว
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณประกอบด้วย
ราคาตู้ชาร์จ 15,000–50,000 บาทขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับกำลังไฟและฟังก์ชัน)
ค่าเดินสายไฟใหม่ให้รองรับกำลังไฟ
ค่าแรงช่างติดตั้ง
ค่าเพิ่มเฟสหรืออัปเกรดมิเตอร์หากจำเป็น
แม้จะมีค่าใช้จ่ายครั้งแรก แต่สามารถใช้งานได้นานหลายปี ถือเป็นการลงทุนระยะยาว
ผู้ที่อาศัยอยู่คอนโดหรือทาวน์โฮมบางแห่งอาจมีข้อจำกัด เช่น
พื้นที่จอดรถไกลจากแหล่งจ่ายไฟ
ไม่มีเส้นทางเดินสายไฟ
ต้องขออนุญาตนิติบุคคล
คอนโดบางแห่งไม่อนุญาตให้ติดตั้งส่วนตัว
บ้านเดี่ยวส่วนใหญ่ติดตั้งได้ แต่ควรให้ช่างไฟตรวจสอบกำลังของระบบไฟก่อนติดตั้ง
AC Home Charger มักมีกำลังไฟ 7kW–11kW ซึ่งใช้เวลาชาร์จประมาณ 4–8 ชั่วโมง
แม้จะช้ากว่า DC Fast Charge แต่
เหมาะกับการชาร์จตอนกลางคืน
ไม่ต้องไปจอดรอ
มีความปลอดภัยมากกว่า
ช่วยถนอมแบตเตอรี่
จึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
เหมาะสำหรับผู้ที่
ใช้รถทุกวันหรือขับระยะกลาง–ไกล
มีบ้านหรือพื้นที่ที่สามารถเดินระบบไฟได้
ไม่ต้องการเสียเวลารอสถานีชาร์จตามห้าง
ต้องการลดค่าใช้จ่ายรายเดือน
ต้องการยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่รถ
ไม่จำเป็นมากสำหรับผู้ที่
อาศัยในคอนโดที่มีสถานีชาร์จเพียงพอและสะดวก
ใช้รถไม่บ่อย หรือขับระยะทางสั้น
ไม่มีพื้นที่เหมาะสมสำหรับติดตั้ง
ไม่ต้องการลงทุนเริ่มต้นในตอนนี้
การติดตั้งตู้ชาร์จ EV ที่บ้านเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้รถเป็นประจำ ต้องการความสะดวก ลดค่าใช้จ่าย และต้องการชาร์จอย่างปลอดภัย
แต่สำหรับผู้ที่ใช้รถไม่มาก อยู่คอนโดที่มีสถานีชาร์จเพียงพอ หรือมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ อาจยังไม่จำเป็นต้องติดตั้งทันที
โดยรวมแล้ว Home Charger คือวิธีที่ช่วยให้การใช้รถ EV ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถยุคใหม่ได้ดีที่สุด
แนะนำเว็บไซต์ www.onechargerev.com สำหรับคนที่สนใจตู้ชาร์จรถไฟฟ้า ที่บ้าน
บริษัท โปรซีเคียว โซลูชั่น จำกัด
จำหน่าย และ ติดตั้ง EvChargerSolutions เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า บริการพื้นที่ภาคใต้
©2023 onechargerev ALL RIGHTS RESERVED.