Categories
บทความ

รถไฟฟ้าดีไหม? มาดูจุดเด่นของรถไฟฟ้า EV ก่อนตัดสินใจซื้อ

รถไฟฟ้าดีไหม? มาดูจุดเด่นของรถไฟฟ้า EV ก่อนตัดสินใจซื้อ

กระแสรถ EV ในตลาดรถยนต์ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้วยเรื่องของดีไซน์และราคาที่จับต้องได้มากขึ้น อีกทั้งหลายแบรนด์มีการปรับตัวและพัฒนารถรุ่นใหม่ ๆ ออกมา เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถ EV ทำให้หลายคนที่กำลังวางแผนซื้อรถคันแรกหรืออยากออกรถใหม่มีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ข้อเสียรถ EV จะมีอยู่บ้าง แต่ก็ต้องยอมรับจริง ๆ ว่ารถไฟฟ้า EV ยังคงได้รับความนิยมเนื่องจากมีข้อดีและจุดเด่นที่คุ้มค่ากว่า เงินติดล้อจึงได้รวบรวม  5 จุดเด่นที่จะทำให้หลายคนตัดสินใจเลือกใช้รถเก๋งไฟฟ้านี้

รถไฟฟ้า EV คืออะไร?

รถไฟฟ้า EV คืออะไร?

รถไฟฟ้า EV คือ รถยนต์ประเภทหนึ่งที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าแทนเครื่องยนต์ที่มีการเผาไหม้แบบสันดาป อย่างเครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องยนต์เบนซิน การทำงานของรถไฟฟ้าเป็นรถยนต์ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าตั้งแต่หนึ่งตัวขึ้นไปในการขับเคลื่อน โดยจะเก็บพลังงานไฟฟ้าเอาไว้ในแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ด้วยการเสียบปลั๊กรถยนต์เข้ากับเต้ารับไฟฟ้าที่บ้านหรือสถานีชาร์จ และแปลงพลังงานจากแบตเตอรี่เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์ ซึ่งจะแตกต่างจากเครื่องยนต์แบบสันดาปที่ขับเคลื่อนด้วยการเผาไหม้ส่วนผสมของเชื้อเพลิงซึ่งก็คือน้ำมันกับอากาศ โดยแรงระเบิดจากการเผาไหม้นั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์ หรือพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ รถไฟฟ้า EV เป็นรถที่ใช้ไฟฟ้าแทนการใช้น้ำมันนั่นเอง

ยี่ห้อรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย เช่น Tesla, BYD, NETA, ORA, MG, Volvo, AUDI, BMW เป็นต้น

ประเภทของรถไฟฟ้า EV

  1. รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (Hybrid electric vehicle: HEV)
  2. รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle: PHEV)
  3. รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV)

โดยรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 3 ประเภทจะใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด แต่ PHEV จะมีทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาปด้วย ส่วน HEV จะใช้ทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์เบนซินร่วมกัน

5 จุดเด่นของรถไฟฟ้า EV ที่หลายคนเลือกใช้

 

นอกจากจุดเด่นเรื่องประหยัดค่าน้ำมันและเทคโนโลยีทันสมัยต่าง ๆ ที่มากับรถไฟฟ้า EV เช่น ระบบควบคุมความเร็ว ระบบช่วยรักษาเลน หรือระบบเบรกฉุกเฉินแล้ว รถยนต์ไฟฟ้ายังมีจุดเด่นอีกหลายอย่างที่บอกได้เลยว่า จะช่วยให้คุณตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้าเป็นรถยนต์คันใหม่ในเร็ว ๆ นี้ได้อย่างแน่นอน 

1. ไม่สร้างมลพิษให้สิ่งแวดล้อม

ถือเป็นข้อได้เปรียบและจุดเด่นของรถไฟฟ้า EV เรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากกระบวนการขับเคลื่อนรถยนต์ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก จึงไม่มีการปล่อยก๊าซจากท่อไอเสียรถโดยตรง ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หรือมลพิษอื่น ๆ ออกสู่อากาศ โดยทั่วไปรถเก๋งไฟฟ้าเหล่านี้จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดียิ่งขึ้นเมื่อชาร์จด้วยแหล่งพลังงานสะอาดหรือพลังงานทดแทน ซึ่งต่างจากรถเครื่องยนต์แบบสันดาปที่ขับเคลื่อนด้วยการเผาไหม้ส่วนผสมของเชื้อเพลิง ซึ่งจะมีการปล่อยมลพิษออกสู่อากาศโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) หรือก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx)

2. ลดการใช้พลังงาน

เพราะกระบวนการผลิตไฟฟ้าก็เป็นส่วนหนึ่งในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รถไฟฟ้า EV จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการหันไปใช้พลังงานทดแทนได้ เช่น พลังงานลม หรือพลังงานแสงอาทิตย์ อีกทั้งรถ EV จะนำพลังงานไฟฟ้าไปใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์ได้เต็มประสิทธิภาพมากกว่า จึงช่วยลดการใช้พลังงานได้มากกว่า ต่างจากเครื่องยนต์เบนซินหรือดีเซลที่จะสิ้นเปลืองพลังงานส่วนใหญ่จากเชื้อเพลิงไปเป็นพลังงานความร้อนนั่นเอง

3. การเร่งความเร็วที่ราบรื่นและรวดเร็ว

แรงบิดที่พร้อมใช้งานทันทีในรถ EV ส่งผลให้มีอัตราเร่งที่ราบรื่นและรวดเร็วเป็นพิเศษ ซึ่งมอเตอร์ไฟฟ้าขึ้นชื่อเรื่องแรงบิดที่เป็นเอกลักษณ์นี้ สามารถส่งแรงบิดสูงสุดตั้งแต่วินาทีแรกที่เริ่มเหยียบคันเร่ง แตกต่างจากเครื่องยนต์แบบสันดาปที่จะต้องรอให้ถึงความเร็วรอบ RPM (รอบต่อนาที) เพื่อให้ได้แรงบิดสูงสุด จึงส่งแรงบิดได้ช้ากว่า แรงบิดที่พร้อมใช้งานทันทีในรถ EV นี้ ไม่เพียงแต่ให้อัตราเร่งที่เร้าใจและตอบสนองได้อย่างที่ต้องการ แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและช่วยในการควบคุมรถอีกด้วย ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ขับขี่จำนวนมาก

4. การบำรุงรักษาน้อยกว่า

องค์ประกอบสำคัญของรถ EV คือ มอเตอร์และแบตเตอรี่ ซึ่งแบตเตอรี่ของรถ EV สมัยใหม่ออกแบบให้มีความทนทานและใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น โดยในแต่ละครั้งที่นำรถเข้าศูนย์จะมีการบำรุงรักษา 4 ส่วนสำคัญคือ ระบบขับเคลื่อน ระบบเบรก ระบบระบายความร้อน และการกรองอากาศเท่านั้น ไม่มีการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแบบเดิม ๆ ด้วยการบำรุงรักษาที่น้อยกว่านี้ จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า อย่างไรก็ตามการนำรถเข้าศูนย์เช็กระยะ อาจมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างออกไปได้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อรถยนต์ไฟฟ้า และลักษณะการใช้งานของผู้ขับขี่แต่ละคนด้วย

5. การเบรกเพื่อชาร์จไฟ

การเบรกเพื่อชาร์จไฟ หรือ Regenerative Braking เป็นระบบเบรกของรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถกักเก็บพลังงานจลน์บางส่วนเพื่อนำกลับมาใช้อีกครั้งเมื่อมีการเร่งความเร็วใหม่ ระบบการเบรกนี้จะจับพลังงานระหว่างการเบรกและใช้เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ตลอดการเดินทาง จึงช่วยลดการสึกหรอของผ้าเบรกและยืดอายุการใช้งานได้ การเบรกเพื่อชาร์จไฟจึงเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้ประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Cr. https://www.tidlor.com/th/article/lifestyle/car-knowledge/benefits-electric-vehicles

Categories
บทความ

เทคโนโลยีการชาร์จประจุรถยนต์ไฟฟ้า EV Charging

เทคโนโลยีการชาร์จประจุรถยนต์ไฟฟ้า EV Charging

รูปแบบการชาร์จประจุรถยนต์ไฟฟ้า

ปัจจุบันเทคโนโลยีการชาร์จประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า EV Charging สามารถแบ่งได้เป็น 2ประเภทหลัก ได้แก่ 1. การชาร์จประจุไฟฟ้าผ่านตัวนำ (Conductive Charging) และ 2. การชาร์จไฟฟ้าแบบเหนี่ยวนำ (Inductive Charging) หรือการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบไร้สาย (Wireless Charging)
1. การชาร์จประจุรถยนต์ไฟฟ้าผ่านตัวนำ (Conductive Charging)
เป็นการชาร์จไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายไปยังรถยนต์ไฟฟ้าโดยใช้สายชาร์จเคเบิล เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงและมีความซับซ้อนน้อย ทำให้การชาร์จประจุไฟฟ้าผ่านตัวนำเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน สำหรับการชาร์จไฟฟ้าผ่านตัวนำนั้น สามารถแบ่งย่อยได้เป็น 2 .ประเภท แสดงดังรูปที่ 1ดังนี้
1.1 การชาร์จประจุรถยนต์ไฟฟ้าแบบปกติ (Normal Charge)
ซึ่งเป็นการชาร์จประจุไฟฟ้าด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charger) ผ่านอุปกรณ์อัดประจุไฟฟ้าที่ติดตั้งภายในรถยนต์ไฟฟ้า (On-Board Charger) จะมีขนาด 4.3 kW และ 6.6 kW สำหรับการชาร์จประจุไฟฟ้าแบบ 1 เฟส ไปจนถึง 11 kW และ 22 kW สำหรับระบบการชาร์จไฟฟ้าแบบ 3 เฟส ซึ่งการชาร์จประจุไฟฟ้ากระแสสลับที่ 22 kW จะเรียกว่าการชาร์จประจุไฟฟ้ากระแสสลับแบบกึ่งเร็ว (AC Semi-Quick Charge) และผ่านอุปกรณ์ Inverter เพื่อเปลี่ยนไฟฟ้ากระแสสลับให้เป็นไฟฟ้ากระแสตรงเพื่อชาร์จประจุในแบตเตอรี่ต่อไป ซึ่งโดยทั่วไปจะรองรับกระแสไฟฟ้าได้เพียง 16-32A ดังนั้น การชาร์จไฟฟ้าในรูปแบบนี้เหมาะสำหรับการชาร์จประจุไฟฟ้าที่ สำนักงาน หรือที่จอดรถสาธารณะที่เปิดให้จอดรถยนต์ได้เป็นระยะเวลานาน (มากกว่า 1-2ชั่วโมง)
1.2 การชาร์จประจุรถยนต์ไฟฟ้าแบบเร็ว (Quick Charge)
ซึ่งเป็นการชาร์จประจุไฟฟ้ากระแสตรง (DC Charger) เข้าสู่แบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้าโดยตรง โดยมีระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (Battery Manage-ment System: BMS) ทำหน้าที่ควมคุมการชาร์จประจุ การชาร์จประจุไฟฟ้าแบบเร็วสามารถจ่ายกำลังไฟฟ้าในการชาร์จไฟฟ้าได้สูงเนื่องจากไม่มีข้อจำกัดเรื่อง On-Board Charger โดยทั่วไปสามารถชาร์จประจุไฟฟ้าครึ่งหนึ่งของความจุแบตเตอรี่ได้ภายในระยะเวลาเพียง 10-15 นาทีและเนื่องจากเป็นการชาร์จประจุไฟฟ้าที่ใช้กำลังไฟฟ้าสูง จึงต้องการแหล่งจ่ายไฟฟ้า 3เฟส ที่มีพิกัดกระแสสูง การชาร์จไฟฟ้ากระแสตรงมักเป็นการใช้งานในแหล่งสาธารณะซึ่งต้องการความรวดเร็วในการชาร์จประจุไฟฟ้า
CR : www.ananindustry.com
Categories
บทความ

รถยนต์ไฟฟ้า EV คืออะไร?

รถยนต์ไฟฟ้า EV คืออะไร?

รถ EV คืออะไร? รถ EV คือ รถไม่ใช้น้ำมัน ย่อมาจากคำว่า Electric Vehicle แปลตรงตัวคือ รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า แบบ 100% และมีคุณสมบัติทุกอย่างที่สร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาหลักของรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน สามารถแทนที่รถยนต์ที่มีเครื่องยนต์เผาไหม้แบบสันดาปภายใน (ICE หรือ Internal Combustion Engine) ที่เราขับกันอยู่ทุกวันนี้ได้ ตั้งแต่เรื่องของชิ้นส่วนรถยนต์ ประสิทธิภาพของยานยนต์ ค่าใช้จ่าย และประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม

  1. ชิ้นส่วนที่ต้องการการบำรุงรักษาของรถยนต์ไฟฟ้า EV มีน้อยกว่า
    รถยนต์ไฟฟ้า EV มีชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ น้อยกว่ารถยนต์ทั่วไป เช่น ไม่มีระบบเครื่องยนต์-ชุดเกียร์ และส่วนที่ทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนรถยนต์ก็ใช้เพียงแค่แบตเตอร์รี่ อุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า และมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น ทำให้การดูแล ซ่อมแซมไม่สร้างภาระหนักเท่ารถยนต์แบบเดิม ไม่ว่าจะน้ำมันเครื่องหรือน้ำมันเกียร์ก็ไม่ต้องมาคอยเปลี่ยน แถมการทำงานไม่ซับซ้อน ซ่อมง่าย ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย
  2. ประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบและเหนือระดับกว่า
    หากคุณเคยลองสัมผัสกับรถยนต์ไฟฟ้า EV สักครั้งจะต้องติดใจ เพราะว่าให้ประสบการณ์การขับที่เหนือระดับจริง ทั้งในเรื่องของความเงียบจากการที่ไม่มีเครื่องยนต์คอยทำงานเผาไหม้เสียงดังหรือเครื่องทำงานกระชาก สามารถควบคุมอัตราการเร่งได้ตามที่ใจต้องการ ขับลุยน้ำได้ในกรณีฉุกเฉินไม่ก่อให้เกิดปัญหา เพียงแต่ต้องศึกษาข้อควรระวังให้ดีว่า รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ในรุ่นนั้นๆ มีระบบที่เรียกว่า Hydrolock หรือไม่
  3. ในระยะยาวจะประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า
    นอกจากจะประหยัดในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแล-ซ่อมแซมส่วนต่างๆ แล้ว ค่าใช้จ่ายพวกพลังงานขับเคลื่อนรถยนต์ก็ถูกกว่าหลายเท่า ซึ่งมีผู้ใช้งานรถยนต์ EV เคยออกมาเปิดเผยว่า สามารถ ประหยัดค่าใช้จ่ายต่อเดือนไปได้หลายพันเลยทีเดียว ซึ่งในจุดนี้ ทำให้ใครที่เลือกรถยนต์แบบสันดาป เพราะผ่อนต่อเดือนถูกอาจจะต้องคิดใหม่ หากเทียบค่าใช้จ่ายบำรุงดูแลและค่าพลังงานแล้วรถยนต์ไฟฟ้าอาจถูกกว่าก็เป็นได้ แถมจะชาร์จแบตเตอร์รี่จากตามสถานีชาร์จหรือที่บ้าน เพื่อความสะดวกสบายและประหยัดเวลาก็ได้เช่นกัน นับเป็นทางเลือกยานยนต์ที่น่าสนใจมากที่เดียว
  4. ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม
    ต่อไป “รักษ์โลก” และ “ดูแลสิ่งแวดล้อม” จะไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องลงมือทำ จะเห็นได้จากนโยบายหลากหลายประเทศที่เริ่มออกมารองรับ การใช้รถยนต์ไฟฟ้า EV มากขึ้น รวมถึงไทยเองที่มีนโยบายภาษีแบตเตอร์รี่ต่ำกว่า ลดภาษีสรรพสามิต ส่งเสริมการลงทุนแก่ผู้ผลิต ฯลฯ เพราะถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกยั่งยืน ที่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี และสามารถเลี่ยงการใช้พลังงานสิ้นเปลือง เน้นใช้พลังงานสะอาดอย่างพลังงานไฟฟ้า ไม่ก่อให้เกิดการเผาไหม้จนส่งผลกระทบต่อมลภาวะ

CR : https://www.thaiparker.co.th/th/articles/chemical-products/what-is-electric-vehicle-trends-thailand

Categories
บทความ

รถไฟฟ้า อนาคตรถยุคใหม่

รถไฟฟ้า อนาคตรถยุคใหม่

รถยนต์ไฟฟ้า นวัตกรรมเกี่ยวกับยานยนต์ที่กำลังได้รับความนิยมและพูดถึงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อความเคลื่อนไหวของโลกกำลังให้ความสำคัญเกี่ยวกับพลังงานสะอาด และการลดการใช้น้ำมันหลังจากที่บรรดาเหล่าเศรษฐีน้ำมันต่างพากันกำหนดราคาอยู่ร่ำไป ทำให้บรรดาเหล่าผู้ผลิตยานยนต์ทั้งหลายพยายามคิดค้นรถที่ใช้พลังงานทดแทนการใช้น้ำมัน จึงเป็นที่มาของเหล่ารถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังได้รับการจับตามองอยู่ในขณะนี้

รู้ใจจะพาทุกคนร่วมเดินทางไปกับการพัฒนาทางยานยนต์ด้วยนวัตกรรมยุคใหม่เกี่ยวกับรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าว่ามีจุดเด่นและจุดด้อยอย่างไร รวมไปถึงข้อคิดต่าง ๆ ก่อนการใช้งานรถพลังงานไฟฟ้า พร้อมแนะนำรถยนต์ไฟฟ้า รถ EV บางรุ่นที่กำลังจะมาเป็นเทรนด์แห่งการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

ที่มาของรถยนต์ไฟฟ้าและการพัฒนาสู่การเป็นยนตรกรรมแห่งอนาคต

สำหรับเรื่องราวของ รถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถ EV นั้นมีที่มาที่ไปอย่างยาวนาน อาจกล่าวได้ว่าควบคู่ไปกับกับรถยนต์พลังงานน้ำมันเลยก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่แรกเริ่มเดิมที มีนักคิดหลายคนมองเห็นความจำกัดของพลังงานน้ำมันว่าเป็นพลังงานที่ใช้ไปแล้ววันหนึ่งอาจหมดไปจึงมีการคิดค้นรูปแบบของรถยนต์สมัยใหม่ด้วยการใช้พลังงานทดแทนอื่น ๆ ซึ่งหนึ่งในตัวเลือกสำคัญคือการใช้พลังงานไฟฟ้านั่นเอง

สำหรับการออกแบบรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกนั้นไม่ได้พึ่งเริ่มมีขึ้น แต่มีมาตั้งแต่การค้นพบพลังงานไฟฟ้ากันเลยก็ว่าได้ โดยผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายแรกของโลกได้แก่ นายโธมัส ปากเกอร์ วิศวกรไฟฟ้าชาวอังกฤษ ผู้ได้รับแรงบันดาลใจจากการใช้พลังงานแบตเตอรี่ ซึ่งกลายเป็นรูปแบบการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในระบบรถรางไฟฟ้าที่มีการใช้งานกันมาจนถึงปัจจุบัน

สิ่งที่น่าทึ่งก็คือได้มีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกจำหน่ายมาแล้วในช่วงปี 1890-1900 ซึ่งถือว่าสามารถสร้างความสนใจให้กับสาธารณชนได้เป็นอย่างมาก แต่เพราะการมาของปิโตรเลียม ที่ทำให้โลกแห่งเครื่องจักรอุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงไปทำให้ความนิยมในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในยุคแรกมีอายุที่แสนสั้นมาก

ก้าวสำคัญสู่การออกแบบและพัฒนาของรถพลังงานสะอาด

เรื่องราวของรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแทบเลือนหายไปจนกระทั่งวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันในตะวันออกกลาง แหล่งผลิตน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รวมไปถึงการตั้งกำแพงกำหนดราคาน้ำมันจากผู้ผลิต ทำให้นักประดิษฐ์หลายคนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมอย่างมาก จึงได้มีการประกาศตัวออกมาชัดเจนว่าจะทำการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการก้าวต่อไปของยนตรกรรมสมัยใหม่แห่งอนาคต แต่ในเวลานั้น ผู้ที่กล้าทำในสิ่งใหม่คือค่ายรถ Honda ที่ออกรถที่มุ่งเน้นการใช้พลังงานไฟฟ้าจากการแยกตัวของน้ำ แต่ตอนนั้นยังถือเป็นเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและไม่อาจต่อยอดออกไปได้ง่าย

จนโลกเริ่มหันมาใส่ใจในเรื่องสภาพแวดล้อมกันมากยิ่งขึ้น และมองเห็นว่าเครื่องยนต์ที่ใช้การเผาผลาญน้ำมันเป็นพลังงานขับเคลื่อนเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญในการทำลายชั้นบรรยากาศของโลก นักวิจัยของค่ายรถแต่ละแห่งจึงได้ทุ่มเทและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าของตัวเองขึ้นมา โดยผู้นำที่สำคัญได้แก่ ค่ายรถ Tesla ของ ลีออน มัสก์ จากนั้น โลกได้ก้าวเข้ามาสู่การแข่งขันในการผลิตและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว

จุดเด่นและจุดสังเกตของ รถ EV ที่คุณต้องรู้

ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีสำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้านั้นถือเป็นเรื่องที่ใหม่มาก ดังนั้นทุกอย่างจึงยังคงอยู่ในการทดลอง แม้ว่าจะมีรถยนต์ที่ใช้ระบบไฟฟ้าในการขับเคลื่อน 100% ออกมาจำหน่ายแล้วก็ตาม แต่ก็ยังอยู่ในช่วงของการลองผิดลองถูก และยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของนักเดินทางได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นสำหรับหัวข้อหลังจากนี้ รู้ใจจะชวนทุกคนพิจารณาถึงจุดเด่น จุดด้อยของรถยนต์ไฟฟ้า จากรายละเอียดต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อเป็นหลักพิจารณาว่า รถยนต์ไฟฟ้าเหมาะสมสำหรับคุณหรือไม่

ข้อดีของการผลิตและใช้งานรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า

  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทำลายธรรมชาติ
  • ประหยัด ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันอีกต่อไป ลดค่าใช้จ่ายสำหรับเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงลงไปได้มาก
  • ทำความเร็วต้นได้ดี และมีเสียงเครื่องยนต์ที่เงียบลงอย่างมาก จริง ๆ มีแต่เสียงมอเตอร์เท่านั้น
  • ความเร็วต่อเนื่องสำหรับขับขี่ในเมืองทำได้ดี

ข้อเสียของการผลิตและการใช้งานรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า

  • จุดให้บริการสำหรับการเติมพลังงานไฟฟ้ายังมีไม่มาก
  • การชาร์จไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่ยังคงต้องใช้เวลานาน ประมาณ 6-8 ชั่วโมง
  • อัตราการซ่อมบำรุง รวมไปถึงราคารถในช่วงนี้ยังมีราคาที่สูงมาก
  • ข้อจำกัดในการเดินทางไกล ทั้งการทำความเร็วที่ยังไม่เทียบเท่ากับรถที่ใช้น้ำมัน รวมไปถึงระยะทางที่รถสามารถวิ่งไปได้

รถยนต์ไฟฟ้า ยังคงเป็นข้อถกเถียงอย่างมากว่า “เร็วเกินไปหรือไม่สำหรับการนำมาใช้งานจริง” แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีผู้ใช้หลายคนมองว่า เราคุ้นเคยกับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กกันมานานแล้ว เพียงแค่รอให้เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้าที่ทุกอย่างก็ไปได้สวยแล้ว

CR : https://www.roojai.com/article/car-news/ev-car-2022/